ของที่จากไปแล้วกลับมาใหม่…
สำหรับวันนี้ขอมาเล่าเรื่องต่อจากเมื่อวันที่ 16 พฤษภาคมที่ผมถูกโจรขึ้นบ้านแล้วขโมย Macbook Pro Retina, iPod, iPad, iPad Mini, Plantronics, Samson Mic, a-JAYS Three ไปนะครับ ว่าทำไมผมถึงสามารถตามตัวโจรจนเจอ จนกระทั่งวันนี้ (20 พฤษภาคม) โจรถูกสอบสวนและนำตัวไปขังแล้ว ซึ่งของที่ผมโดนขโมยไปตอนนี้ได้คืนหมดยกเว้น iPad, iPad Mini ที่ถูกปล่อยออกไปแล้ว
ขอเล่าเป็นเนื้อเรื่องเลยแล้วกันนะครับ
เมื่อเช้าวันที่ 16 ผมได้ตื่นขึ้นมาด้วยความสดชื่น เพราะเป็นวันเปิดเทอมวันแรกของลูกชาย แต่พอลงมาที่ชั้นล่างผมกลับพบความผิดปกติหลายๆอย่างจนรู้ว่าของหายไปหลายรายการดังนี้
- Macbook Pro Retina 15″ CTO
- กระเป๋า Cote et Ciel
- iPod Touch Gen 5
- iPad 2
- iPad Mini
- Plantronics Voyager Legend
- Samson Meteor Mic
- a-JAYS Three
- เงินสดจำนวนหนึ่ง
ตอนแรกก็ร้อนรนมาก แต่ก็ไปส่งลูกชายเข้าโรงเรียนตามปกติก่อน แล้วจึงกลับมาบ้านนั่งไล่เขียน S/N ของอุปกรณ์แต่ละตัวที่หายไปแล้วก็ไปแจ้งความที่สถานีตำรวจบางบอนเพื่อขอใบแจ้งความเอาไว้ไปดำเนินการอย่างอื่นต่อ
ด้วยความเซ็งและเหลือความหวังน้อยมากๆที่จะได้ของคืนเพราะผมเปิด Find my iPhone คอยตรวจสอบเครื่อง แต่ก็ไม่มีสัญญานส่งมาบอกสักที (Find my iPhone เป็นโปรแกรมหนึ่งในชุดของ iCloud ของทาง Apple เพื่อใช้ตรวจสอบว่าเครื่องเราตอนนี้อยู่ที่ตำแหน่งไหน) เลยตัดสินใจไปเซ็นทรัล พระรามสองเพื่อไปแจ้งให้ทาง iStudio ทราบว่าถ้ามีเครื่อง Macbook Pro Retina 15 CTO ที่มี S/N ตรงกับของผมเข้ามาที่ศุนย์ให้ทำการยึดเครื่องไว้ (iStudio ของ Comseven บริการดีมากๆ ขอชื่นชมมากๆ แค่เรานำหลักฐานใบแจ้งความติดไปด้วยก็เรียบร้อย) และก็ไปกินๆๆเพื่อให้ลืมความเจ็บใจ
หลังจากเข้าไปแจ้งที่ iStudio เสร็จก็เข้าไปกินอาหารที่ฟูจิกันต่อ พอกินเสร็จ อิ่มเต็มที่… เดินออกจากร้านปุ๊บก็มีเสียงดังจากไอโฟนของแฟนผมบอกว่า พบเครื่อง Macbook Pro ของผมแล้ว!
ผมเลยรีบไปดูในโปรแกรม Find my iPhone แล้วพบว่าพิกัดของเครื่อง Macbook Pro ของผมอยู่ที่เซ็นทรัล พระรามสองที่เดียวกับที่ผมกำลังเดินอยู่เลย!
แน่นอนว่าผมไม่รู้หรอกว่ามันอยู่ส่วนไหนของเซ็นทรัล ก็เลยซูมๆเข้าไปใกล้ๆพบว่าอยู่ทางด้านติดกับโชว์รูมรถเบ๊นซ์ด้านหลังๆของเซ็นทรัล ผมก็เก็ทเลยว่าต้องเป็นชั้นสองบริเวณตู้รับซื้อ-ขายพวกมือถือแน่นอน!
ก็เลยรีบวิ่งไปที่โซนตู้นั้น แล้วก็ไม่ต้องอะไรมาก ผมรีบไล่ดูทีละร้านเลยว่าร้านไหนมีเครื่อง Macbook Pro Retina บ้าง ผมแยกกันหากับแฟนอยู่ราวๆ 45 นาที ก็เจอเครื่องนึงเป็น Macbook Pro 15 แต่ไม่รู้ใช่ Retina หรือเปล่าเลยเข้าไปถามว่านี่รับซื้อเครื่องมาหรือเปล่าครับ?
ร้านก็บอกว่าไม่ใช่ มีคนเอามาฝากลงโปรแกรม ผมเลยโชว์ใบแจ้งความและบอกว่าเครื่องผมถูกขโมยเมื่อคืนนี้ ผมสงสัยว่าคนร้ายเอามาปล่อยแถวนี้ เพราะมีพิกัดแจ้งอยู่ ผมเลยขอดู S/N ของเครื่องๆนั้น
ระหว่างที่ผมสัมผัสเครื่อง ผมรู้ทันทีว่าใช่ เพราะว่า Macbook Pro Retina 15 ไม่ค่อยมีคนติดฟิล์มแบบ Wrapsol ผมจับผิวสัมผัสก็รู้แล้วว่าเครื่องผมแน่
พอพลิกขึ้นมาดู S/N ก็… ใช่เลย เป๊ะๆ
เลยคุยกับร้านว่านี่คือเครื่องที่ถูกขโมยมา ไม่ได้เป็นเครื่องหลุดจำนำแล้วติดรหัสผ่านเหมือนอย่างที่คนที่นำเครื่องมาลงโปรแกรมแจ้งไว้
พอดีคนที่เอาเครื่องมาไปเดินเล่นเพื่อรอลงโปรแกรมเสร็จ เราก็เลยวางแผนกับร้านว่าเดี๋ยวพอเค้ามาเอาเครื่อง ร้านก็ส่งมอบเครื่องให้คนๆนั้น แล้วปล่อยให้เค้าเดินไปสักพักเราค่อยจับกุมตัวกัน
พอได้แผนแล้วผมก็ทำการติดต่อ Guard ของทางเซ็นทรัล ซึ่งได้รับการช่วยเหลืออย่างดีมากๆ ขอชื่นชมมากๆ หัวหน้า Guard พาคนมาถึง 5-6 คน แล้วกระจายกำลังอยู่รอบๆบริเวณร้านเพื่อไม่ให้น่าสงสัย
ผมก็เลยโทรตามตำรวจสายสืบที่เป็นคนรับผิดชอบคดีมาด้วย เป็นสายสืบจากสน.บางบอน ต้องขอขอบคุณมากๆๆๆอีกคน เพราะพอบอกว่าเจอตัวคนร้ายแล้วท่านก็ไม่มีอิดออด รีบมาทันที

ปรากฎว่าทีม Guard กับสายสืบพร้อมก่อนที่ผู้ต้องสงสัยจะมาอีก เราก็รอสักพัก กระจายๆกันยืนกันคนสงสัย พอผู้ต้องสงสัยมา ร้านก็มอบของให้ (Macbook Pro Retina ของผม + ที่ชาร์จ) เราก็ปล่อยให้เค้าเดินไปแป๊บนึงจึงทำการจับตัวไว้ แล้วคุมตัวให้นั่งไปในรถของสายสืบเพื่อไปที่สถานีตำรวจเพื่อสืบสวนต่อ
พอไปถึงสถานีช่วงบ่ายแก่ๆ สายสืบก็ทำการสอบสวนขยายผลจนผู้ต้องหาสารภาพ ช่วงเย็นเลยไปรวบตัวคนร้ายอีกคนจากร้านเกมส์แล้ววิ่งไปค้นหาของกลางที่บ้านมันต่อ ปรากฎว่าเจอของกลางเกือบทั้งหมดยกเว้น iPad 2 และ iPad Mini ซึ่งมันบอกว่าขายไปแล้วได้เงินมาเหลือ 5,000 บาท เสร็จแล้วก็นำตัวมาสถานีตำรวจแล้วสอบสวนกันต่อยันดึก ผมก็ไปอยู่ด้วยยันดึกเพื่อทำการบันทึกปากคำต่างๆ
ที่น่าเสียดายคือข้อมูลผมทั้งหมดถูกลบไปแล้ว เพราะผู้ต้องหานำไปลงโปรแกรมใหม่ และของกลางทุกชิ้นตำรวจยังไม่สามารถคือให้ผมได้ ต้องเก็บไว้ที่สถานีตำรวจก่อน
(สรุปเรื่องนะครับคือของผมหายคืนวันที่ 15 ก็คือช่วงเช้ามืดของวันที่ 16 ผมก็ไปไล่ตามจนได้ของคืนมาเกือบทั้งหมดในวันเดียวกัน แต่ยังไม่ได้ของคืน ต้องเก็บไว้ที่สน.ก่อนเพื่อทำการสอบปากคำให้เรียบร้อยถึงจะคืนได้)
ผมก็รอเรื่องจนกระทั่งถึงวันอาทิตย์ที่ 20 จึงได้ของกลางทั้งหมดคืน ซึ่งสภาพของก็ปกติดีทุกอย่างยกเว้นฝาหน้าเครื่อง Macbook Pro ซึ่งโดนปากกาขีดเขียนมา 3 เส้นยาวๆ

อ่อ… iPod ที่ผมได้คืนปรากฎว่าถูกลบข้อมูลทั้งหมดไปแล้วเช่นกัน และมีการติดตั้งโปรแกรมลงไปใหม่เรียบร้อยพร้อมแหกคุก
ที่น่าตลกก็คือมันเอา iPod ของผมไปติดแผ่นกันหน้าจอให้ผมด้วย 555
นั่นคือเรื่องราวคร่าวๆของเคสที่ผมโดนขโมยขึ้นบ้านแล้วสามารถนำเครื่องคืนมาได้บางส่วนนะครับ ซึ่งผมสรุปออกมาเฉพาะใจความสำคัญได้ว่า…
สิ่งที่ทำให้ผมได้เครื่องคืนมาได้บางส่วนคือ…
- ดวง – ถ้าไม่มีดวง ผมจะไม่ได้ไปที่เซ็นทรัลที่เดียวกับขโมยแน่นอน
- เทคโนโลยี – ถ้าไม่มี Find my iPhone เฮือกสุดท้าย ผมก็คงไม่รู้ว่าหัวขโมยมันอยู่ที่เดียวกัน
- สติ – ถ้าไม่มีสติ ผมจะไม่ได้ไปแจ้งความพร้อม S/N ตั้งแต่ช่วงเช้า ถ้าไม่มีสติ ผมอาจจะยอมแพ้ระหว่างการเดิน(วิ่ง)หาเครื่องในเซ็นทรัล เพราะถึงแม้จะเดาได้ว่าเป็นบริเวณไหน แต่ผมไล่หาเครื่องอยู่เกือบชั่วโมง ถ้ายอมแพ้กลางคันก็คงเป็นศูนย์
- ความช่วยเหลือ – Guard ของเซ็นทรัล และตำรวจที่รับผิดชอบคดีนี้ช่วยผมได้มาก ทำงานอย่างรวดเร็ว แค่ไม่กี่ชั่วโมงที่ผมแจ้งว่าเจอตัวขโมย เค้าก็สามารถไปไล่ขยายผล จนได้ของคืนมาเกือบทั้งหมดครับ
ท้ายสุดนี้ ผมได้เรียนรู้หลายๆอย่างจากเหตุการณ์นี้ครับ
- การ Backup สำคัญมาก โดยเฉพาะการ Backup ลง Cloud
- ข้อมูลของผมที่ไม่ได้อยู่บน Cloud สูญหายหมด ผมไม่กลัวอะไรมากที่มันหาย แต่กลัวกว่าถ้าขโมยรู้วิธีการนำมันไปใช้ ลองคิดดูครับว่าถ้าเค้าสามารถเข้า Gmail, Facebook, Paypal, Aweber ฯลฯ ของเราได้ อะไรจะเกิดขึ้น? โชคดีที่ขโมยมันไม่ค่อยรู้เรื่องพวกนี้
- หลังจากที่ผมได้เครื่องกลับมาผมจึงทำการติดตั้ง Dropbox และเพื่อเป็นการทำให้ไม่เปลืองเนื้อที่มาก ผมจึงมีการใช้ Selective Sync เพื่อ Backup เฉพาะข้อมูลสำคัญลง Cloud
- ผมได้เปิดใช้งาน FileVault บน Mac OSX เพื่อที่ว่าถ้าต่อไปมีคนนำเครื่องผมไปได้อีก เค้าจะไม่สามารถเปิดข่้อมูลของผมมาดูได้ เพราะ FileVault เป็นการเข้ารหัสข้อมูลทั้งหมดไว้ ต้องมีรหัสผ่านของผมหรือ Recovery Key ถึงจะถอดรหัสได้
- ผมจะไม่ใช้งาน Remember Password / Remember Me บน Browser อีกต่อไป เพราะน่ากลัวมาก
- เปิดใช้ iCloud บนอุปกรณ์ Apple เสมอ เพื่อให้ Find my iPhone ใช้ได้ ไม่งั้นยากมากที่จะตามเจอของเราได้
- ตำรวจทำงานเร็วมาก ถ้าเราแจ้งเบาะแสได้ชัดเจน ถ้าเบาะแสที่เราแจ้งไม่ชัดเจน เค้าไม่ค่อยอยากมาช่วยเราเท่าไหร่ครับ เพราะฉนั้นเวลาที่เราต้องการพึ่งตำรวจ เราควรพึ่งตัวเองด้วยส่วนนึง ทำไรเองได้ ทำไปก่อนครับ
Find my iPhone คือพระเอกของผม!
ถ้าเพื่อนๆกำลังใช้อุปกรณ์ตระกูล Apple อยู่ ผมแนะนำว่าต้องเปิดใช้ Find my iPhone เลยนะครับเพื่อเวลาสูญหายจะได้พอตามได้ ที่ผมบอกว่าพอตามได้เป็นเพราะว่า… มันไม่ได้สมบูรณ์ 100% ครับ โดยเฉพาะอุปกรณ์ที่ใช้ iOS เป็นระบบปฏิบัติการ (ไม่ใช่ ISO นะ!)
Find my iPhone คือระบบที่เอาไว้ติดตามว่าอุปกรณ์ของเราตอนนี้อยู่ที่ไหน มันจะแสดงบนแผนที่บอกเราเลยครับ แต่มันมีเงื่อนไขอยู่ว่า… อุปกรณ์นั้นๆต้องต่อเน็ท ถึงจะรายงานพิกัดกลับไปบอกเจ้าของได้
ซึ่งพวก iPhone, iPod, iPad นี่… ถ้าคนรู้นิดๆก็สามารถล้างเครื่องโดยที่ Find my iPhone ไม่สามารถตรวจจับได้
แต่ถ้าพวก Mac OS X หรือพวกตระกูล Macbook นี่… เวิร์กมากครับ เคสผมที่ Find my iPhone สามารถแจ้งสัญญานกลับมาได้เป็นเพราะ… หัวขโมยนำเครื่องผมไปลงโปรแกรมใหม่ ซึ่งเครื่อง Macbook เวลาจะลงโปรแกรมใหม่จะต้องมีการต่อเน็ทเพื่อทำการดาวน์โหลด OS ใหม่มาลง (ยิ่งรุ่นหลังๆไม่มี CD/DVD Drive การติดตั้ง Mac OS X จะต้องต่อเน็ทเสมอ) และตอนมันต่อเน็ทนี่ล่ะ เครื่องผมจึงทำการส่งสัญญานมาบอกครับว่ามันอยู่ไหน… ซึ่งเป็นการบอกครั้งสุดท้าย เพราะหลังจากบอกแล้ว มันก็โดนลงโปรแกรมใหม่เรียบร้อย ซึ่งบอกตรงๆว่านี่คือโอกาสสุดท้ายที่เราจะตามหาของได้ ถ้าช้า… ไม่ทันโจรแน่ๆ
ส่วนวิธีเปิดใช้ Find my iPhone ก็ง่ายๆครับ…
สำหรับอุปกรณ์ตระกูล iOS (iPhone, iPod, iPad) ให้ไปที่ Settings -> iCloud แล้วใส่ Apple ID ของเราเข้าไป เสร็จก็ไปเปิดอ๊อปชั่น Find my iPhone/iPad/iPod เอาไว้ครับ
สำหรับพวก Mac OS X (Macbook, iMac) ให้ไปที่ System Preferences -> iCloud ใส่ Apple ID เข้าไป แล้วก็ไปเปิดอ๊อปชั่น Find my Mac ไว้ครับ
เท่านี้เราก็จะสามารถตรวจสอบพิกัดของอุปกรณ์ทุกตัวของเราได้แล้วครับผ่านเว็บ www.iCloud.com หรือโปรแกรม Find my iPhone บน iOS ครับ เมื่อเครื่องหายก็ให้ไปเลือกอ๊อปชั่น Notify me when found ครับ มันจะแจ้งเราทันทีที่พบเครื่อง!
สุดท้ายแล้วผมอยากบอกว่าสังคมปัจจุบันตอนนี้น่ากลัวและน่าเป็นห่วงมากเพราะผู้ร้ายสองคนที่เข้าคุกไปแล้วนั้น…
- เป็นเด็กอายุ 17 ปี เคยเข้าคุกมาแล้ว 4 ครั้งข้อหาลักทรัพย์ สักข้อความที่หน้าผากว่า “ในอ้อมกอดที่ไร้ไออุ่น” มันบ่งบอกถึงปัญหาทางสังคมได้อย่างดี
- วัยรุ่นอายุราวๆ 22 ปี เคยเข้าคุกมาแล้ว 3 ครั้งข้อหาลักทรัพย์และเสพยา สองคนนี้แก๊งค์เดียวกัน รอยสักเต็มตัว
มิจฉาชีพทุกวันนี้อยู่ใกล้เราเกินคาดคิดนะครับ ถ้าไม่เหลือบ่ากว่าแรง จงป้องกันอย่าให้เกิดกับบ้านท่านครับ ติดกล้องวงจรปิด ติดกันขโมย ติดเหล็กดัด ฯลฯ ทำไปเถอะครับ!
ด้วยความปรารถนาดี
ก๊วง











